การผ่าตัดนิ่วในไตโดยการเจาะรูส่องกล้องผ่านผิวหนัง

(PercutaneousNephrolithotomy : PCNL)

โรคนิ่วในไต เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะที่พบได้บ่อย  เกิดจากการตกตะกอนของสารต่างๆ จนกลายเป็นก้อน โดยมีปัจจัยส่งเสริม ดังนี้

  • ดื่มน้ำน้อยเกินไป
  • พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีสารก่อนิ่วสูง เช่น ยอดผัก ผักโขม ผักกระเฉด ถั่ว ชา ช็อกโกแลต พริกไทยดำ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง อาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก อาหารทะเล และอาหารที่มีสารซีสทีนสูง เช่น นม ไก่ เป็ด
  • ภาวะน้ำหนักเกิน
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม

อาการ

  • ปวดบริเวณข้างลำตัวและหลัง อาจร้าวไปจนถึงขาหนีบ ขึ้นกับตำแหน่งของนิ่ว
  • ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย น้ำปัสสาวะน้อยผิดปกติ
  • ปัสสาวะมีเลือดปน
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีไข้ หนาวสั่น

การรักษานิ่วในไต

แนวทางการรักษาโรคขึ้นอยู่กับขนาดของนิ่ว

  • แนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ หากก้อนนิ่วมีขนาดเล็กมาก เพื่อให้ร่างกายขับนิ่วออกมาเองตามธรรมชาติ
  • การรับประทานยา โดยให้ยาแก้ปวด หรือ ยาช่วยขับก้อนนิ่วเพื่อให้หลุดออกมาทางปัสสาวะ
  • การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy : ESWL) เป็นการใช้คลื่นเสียงทำให้เกิดแรงกระแทกที่ก้อนนิ่วจนก้อนนิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กๆ และหลุดออกมากับปัสสาวะ
  • การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ (Ureteroscopy) โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีกล้องติดอยู่ผ่านเข้าไปตามท่อปัสสาวะเพื่อขบนิ่วให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำออกทางมาทาง
  • การผ่าตัด โดยการเจาะรูส่องกล้องผ่านผิวหนัง (PercutaneousNephrolithotomy : PCNL)

เป็นวิธีการผ่าตัดที่พัฒนามาเพื่อเลี่ยงการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง โดยใช้วิธีการเจาะรูเล็ก ๆ เพียงรูเดียวที่บริเวณหลังของผู้ป่วย ทะลุจากผิวหนังเข้าไปในกรวยไต และใช้กล้องส่องตามไปจนพบก้อนนิ่ว แพทย์จะทำให้นิ่วนั้นแตกออกเป็นขนาดเล็กโดยอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัย แล้วคีบเอานิ่วออกมาผ่านทางรูเดียวกัน

การผ่าตัดชนิดนี้ดีอย่างไร

การรักษาโดยวิธีนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างมาก เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด

  • แผลเจาะมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 1 เซนติเมตรอาการเจ็บแผลจะน้อยกว่า
  • มีการใช้ยาระงับปวดน้อยกว่า
  • อัตราการเสียเลือดน้อยกว่า
  • กลับบ้านได้เร็วภายใน 2-3 วันหลังผ่าตัด

การปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัด

ก่อนการผ่าตัด

  • ควรรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย 1 วันก่อนผ่าตัด
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง
  • งดยาละลายลิ่มเลือด และอาหารเสริมที่จะส่งผลต่อการผ่าตัด อย่างน้อย 7 วัน
  • งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  • ไปรับการรักษาอย่างต่อเนื่องตรงตามวันนัด

หลังการผ่าตัด

  • วันแรกอาจจะรู้สึกปวดแผล สามารถรับประทานยาแก้ปวดที่แพทย์จัดให้
  • ปัสสาวะอาจเป็นสีแดงหรือสีน้ำล้าง  อาการจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน
  • ดื่มน้ำมากๆอย่างน้อย 3-4 ลิตรต่อวัน เพื่อให้มีปัสสาวะมากๆช่วยพัดพาเศษนิ่วที่แตกแล้วให้หลุดออกมาได้เร็วขึ้น
  • สามารถกลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้ในเวลา 1 สัปดาห์
  • ถ้ามีอาการปวดมาก ไข้สูง ปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะไม่ออก ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที