ปอดบวม

โรคปอดบวมส่วนใหญ่แล้วเกิดได้จากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ไมโครพาสมา (เชื้อชนิดอื่น เช่น เชื้อรา, สารเคมี ซึ่งน้อยมาก)

อาการโรคปอดบวม

  • หายใจลำบาก
  • มีไข้ หรือตัวอุ่นๆ
  • รู้สึกไม่สบายตัว ซึม
  •  อาการเหมือนคนเป็นหวัด หรือไข้หวัด เช่น เจ็บคอ หนาวสั่น ปวดศีรษะ
  • ไอแห้งๆ ถี่ๆ
  •  หายใจเร็ว มีเสียงหวีด
  • ปวดท้อง
  •  เจ็บหน้าอก
  • อาเจียน
  • มีเสมหะปนเลือด หรือมีสีเขียวหรือสีสนิม
  • ไม่ยอมกินนม และเบื่ออาหาร

เมื่อไรควรไปพบคุณหมอ

หากลูกมีอาการที่สงสัยว่าจะเป็นปอดบวม คือ มีไข้ ไอ เจ็บหน้าอก และเหนื่อยง่าย ควรรีบพบแพทย์ ภายใน 1-2 วัน เพื่อรับการวินิจฉัย ไม่ควรดูแลตนเอง

การรักษาโรคปอดบวม

โรคปอดบวมรักษาโดย แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ ในกรณีที่ปอดบวมเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ตามกำหนดเวลา เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งยาอื่นๆ ตามอาการ ได้แก่

  • ยาละลายเสมหะ ที่จะช่วยให้ขับของเหลวในปอด
  • ยาลดไข้ เช่น ibuprofen และ acetaminophen โดยหลีกเลี่ยงการให้ยาแอสไพรินในเด็ก เพราะมันอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ Reye’s syndrome ได้
  • ยาบ่นขยายหลอดลม
  • กายภาพบำบัดทรวงอก
  • การให้ออกซิเจนเสริม

เด็กควรรับการรักษาในตัวโรงพยาบาลเมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • อายุน้อยกว่า 2 เดือน
  • หายใจลำบาก
  • มีอาการขาดน้ำ
  • ออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • อุณหภูมิร่างกายสูง หรือต่ำกว่าปกติ
  • ไม่มีแพทย์วินิจฉัยว่า อาจมีแนวโน้มที่จะมีอาการแย่ลง

การป้องกันโรคปอดบวม

  • ล้างมือบ่อยๆ อย่างถูกวิธี
  • เวลาที่มีอาการไอ หรือจาม ควรใช้ทิชชู่ หรือผ้าเช็ดหน้าปิดปากและจมูก
  • สวม Mark เมื่อมีอาการไอ,จาม และมีน้ำมูก
  • หลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำ จานชาม และสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
  • ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้ออื่นๆ ตามกำหนด
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของลูกให้แข็งแรง โดยการนอนหลับอย่างเพียงพอ ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารครบ 5 หมู่

โดย :  นพ.ปานรวี มีมารยาตร์ 
กุมารแพทย์ โรงพยาบาลสิริโรจน์