โรคท้องเสี

คือ อาการอุจจาระร่วง หรือ ถ่ายอุจจาระบ่อยครั้งกว่าปกติ รวมทั้งลักษณะการถ่ายอุจจาระที่ผิดปกติด้วย เช่น ถ่ายเป็นน้ำ ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือถ่ายอุจจาระบ่อย ร่วมกับมีการอาเจียนด้วยสาเหตุ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

1. แบบเฉียบพลัน จะพบมากในคนส่วนใหญ่ เกิดขึ้นเร็ว แต่เป็นไม่นาน เช่น

  •  จากการติดเชื้อ อาจเกิดจากไวรัส บิด อหิวา
  •  สารพิษ จากเชื้อโรค เกิดจากการกินพิษของโรคที่ปนเปื้อนในอาหาร
  •  สารเคมี เช่น ตะกั่ว สารหนู
  •  พืชพิษ เช่น เห็ดพิษ กลอย เป็นต้น

2. แบบเรื้อรัง ผู้ป่วยจะถ่ายนานเกิน 7 วัน อาจเกิดจาก ภาวะดังนี้

  •  ภาวะเครียด
  •  ติดเชื้อ เช่น บิดอะมีบา
  •  โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน คอพอกเป็นพิษ
  •  ขาด Enzyme lactase เพื่อย่อย lactose
  •  ความผิดปกติเกี่ยวกับการดูดซึมของลำไส้
  •  เนื้องอก หรือ มะเร็งของลำไส้ หรือ ตับอ่อน
  •  อื่นๆ เช่น หลังการผ่าตัด

อาการของท้องเสีย  

  • ผู้ป่วยจะมีการถ่ายอุจจาระเหลว มากกว่า 3 ครั้ง ใน 1 วัน หรือถ่ายมีมูกเลือด เพียงครั้งเดียวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ชั่วโมง

การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยท้องเสีย

  • งดรับประทานอาหารแข็ง อาหารที่ย่อยยาก หรืออาหารที่มีกากมากเช่น ผัก ผลไม้ นมสด และอาหารที่มีไขมันมากควรรับประทานอาหารอ่อน หรือเหลว ย่อยง่าย
  • ในเด็กควรงดดื่มนม 2-3 ชั่วโมง แล้วค่อยเริ่มให้นมผสม ชงแบบเจือจางเท่าตัว ส่วนเด็กที่กินนมแม่ให้ได้ตามปกติ
  • ระวังภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ ถ้าผู้ป่วยรับประทานได้ไม่อาเจียน หรืออาเจียนเล็กน้อยให้ผสมน้ำเกลือแร่กับน้ำต้มสุกดื่ม

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคท้องเสีย

  • การรับประทานอาหารที่ปรุงสุก อาหารที่ปรุงร้อน และ ใช้ช้อนกลาง
  • รับประทานอาหารไม่มีแมลงวันตอม
  • ดื่มน้ำสะอาด
  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังจากถ่ายอุจจาระ

ควรไปพบแพทย์เมื่อพบว่า

  • เป็นอยู่นาน และเรื้อรัง
  • มีเลือดปนออกมากับอุจจาระ
  • มีอาการอาเจียน ดื่มน้ำ หรือกินอาหารได้น้อย
  • เป็นโรคเรื้อรังอยู่ เช่น โรคเบาหวาน, โรคเลือด, โรคไต, โรคตับ ,โรคหัวใจ เป็นต้น
  • อาการท้องเสียเกิดจากกินยาตามใบสั่งแพทย์ที่มีอาการข้างเคียงทำให้ท้องเสีย
  • อุจจาระเป็นน้ำปริมาณมาก หรือ มีอาการแสดงภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล เพลียซึม ไข้สูงเป็นต้น