ต้อหิน : Glaucoma

ต้อหิน : Glaucoma

ต้อหิน

ปัจจุบันต้อหินเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการมีตาบอดถาวรในประชากรไทยและอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคต้อหินคิดเป็น 30% ในประชากรที่มีอายุเกิน 40 ปี ขี้นไป คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ล้านคน พบได้ทั้งเพศหญิงและชาย

ต้อหินเป็นกลุ่มโรคทางตาที่มีความเสื่อมของขั้วประสาทตา ส่งผลให้เกิดการสูญเสียลานสายตา และการมองเห็น โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดต้อหินได้แก่ ความดันลูกตาที่สูงขึ้น

กลไกการเกิดต้อหิน
ลูกตาส่วนหน้าจะมีการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา (aqueos humor) โดย ciliarybody ซึ่งเป็นอวัยวะภายในลูกตา น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาจะมีการไหลเวียนผ่านเข้าสู่ช่องหน้าม่านตา และระบายออกจากลูกตาทาง trabecula meshwork เพื่อรักษาระดับความดันลูกตาให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งในโรคต้อหินจะมีความผิดปกติของการไหลเวียนน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาทำให้ความดันลูกตาสูงขึ้น และเกิดการทำลายขั้วประสาทตาตามมา

10

ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคต้อหิน

  • เชื้อชาติเอเชียจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินมุมปิด และเชื้อชาติแอฟริกันอเมริกันจะพบต้อหินสูงกว่าคนผิวขาว 6-8 เท่า
  • อายุมากกว่า 40 ปี
  • มีประวัติในครอบครัวโดยเฉพาะญาติสายตรงเป็นต้อหิน จะมีโอกาสเป็นต้อหินมากกว่าคนทั่วไป 5-6 เท่า
  • มีภาวะสายตาสั้นหรือยาวมากๆ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างลูกตา
  • เคยตรวจพบความดันลูกตาสูงมาก่อน
  • มีอุบัติเหตุกับดวงตามาก่อน
  • มีการใช้ยาสเตียรอยด์
  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือ ปวดหัว ปวดตา เป็น ๆ หาย ๆ

ประเภทต้อหิน

  • ต้อหินมุมปิด (angle closure glaucoma) คนไทยมีความเสี่ยงเกิดต้อหินมุมปิดได้มากกว่าคนชาติตะวันตก 6 เท่า ต้อหินชนิดนี้เกิดจากการที่มุมตาถูกอุดกั้น ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาไม่สามารถไหลเวียนออกได้ตามปกติ ทำให้ความดันตาสูงขึ้น โดยพบว่าผู้ป่วยมักจะมีภาวะต้อกระจกร่วมด้วย

อาการ :

  • ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ ปวดตาอย่างรุนแรงและฉับพลันจากความดันตาทีสูงขึ้นมากและรวดเร็ว ตาแดง น้ำตาไหล ตามัว คลื่นไส้อาเจียน เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
  • ต้อหินมุมปิดเรื้อรัง มักไม่มีอาการหรืออาจจะมีอาการปวดตา ปวดศีรษะเวลาเข้าในที่มืด จะได้รับการวินิจฉัยเมื่อได้รับการตรวจตา
  • ต้อหินมุมเปิด (open angle glaucoma)

พบได้บ่อยกว่าต้อหินมุมปิด เกิดจากการอุดตันของ trabecula meshwork ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาไม่สามารถไหลเวียนออกได้ตามปกติ ทำให้ความดันตาสูงขึ้น

อาการ : ผู้ป่วยมักไม่มีอาการในระยะแรก หากไม่ได้ตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ต้น จะทำให้มีการสูญเสียการมองเห็นอย่างช้าๆ และมักจะรู้สึกตามัวเมื่อประสาทตาเหลือเพียง 20-30 % เท่านั้น

1+

  • ต้อหินมุมเปิดที่มีความดันตาปกติ (normal tension glaucoma)

          ผู้ป่วยต้อหินกลุ่มนี้มักเกิดความเสื่อมของขั้วประสาทตา ทั้งๆ ที่ความดันตาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยพบมากในคนญี่ปุ่น  มักมีประวัติโรคหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด ไมเกรน หรือโรคทางระบบภูมิคุ้มกันบางชนิด

  • ต้อหินทุติยภูมิ (Secondary glaucoma)

เป็นต้อหินที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่นจากต้อกระจกที่สุกมาก ม่านตาอักเสบ เคยได้รับอุบัติเหตุทางตา มีการใช้ยาหยอดตาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน มีโรคที่จอประสาทตาเช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา เส้นเลือดที่จอตาอุดตัน หรือเกิดหลังการผ่าตัดตาบางอย่าง

  • ต้อหินแต่กำเนิด ( Congenital glaucoma)

พบได้น้อยแต่อาการมักรุนแรงและควบคุมโรคได้ยาก พบในทารกแรกคลอด จนถึงอายุ 3 ปี อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือจากการติดเชื้อของมารดาระหว่างตั้งครรภ์

การรักษาต้อหิน

ต้อหินทำให้เส้นประสาทตาเสียอย่างถาวรไม่สามารถรักษาให้กลับมาปกติได้ การรักษาเพื่อประคับประคองและป้องกันไม่ให้ประสาทตาถูกทำลายมากขึ้นและเพื่อคงการมองเห็นที่มีอยู่ให้นานที่สุด เมื่อพบว่าเป็นต้อหิน ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาเพื่อควบคุมความดันตา ทั้งนี้การรักษาจะขึ้นกับชนิดและระยะของโรค

  • การรักษาด้วยยา

          ในปัจจุบันยาหยอดตารักษาต้อหินมีหลายกลุ่ม ออกฤทธิ์ลดการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา หรือช่วยให้การไหลเวียนออกจากลูกตาดีขึ้น เพื่อลดความดันลูกตา ผู้ป่วยจำเป็นต้องหยอดตาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง และมาตรวจติดตามการรักษาเป็นระยะๆ เพื่อปรับการหยอดยาให้เหมาะสมตามความรุนแรงของโรค

  • การใช้เลเซอร์

ประเภทของเลเซอร์ขึ้นกับชนิดและระยะของโรคต้อหิน

  • การผ่าตัด

ใช้รักษาผู้ป่วยที่การรักษาด้วยยาหรือเลเซอร์ไม่สามารถควบคุมความดันตาได้ เป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มช่องทางการระบายน้ำออกจากลูกตา

  • Trabeculectomy เป็นการผ่าตัดมาตรฐาน เพื่อเจาะผนังลูกตาทำทางระบายน้ำ ลดความดันตา
  • Glucoma drainage device (GDD) เป็นการผ่าตัดใส่ท่อที่ทำด้วยวัสดุสังเคราะห์เช่นซิลิโคน เข้าไปในช่องหน้าม่านตาและมีจานกักเก็บเย็บวางหลังลูกตา เพื่อระบายน้ำออกจากช่องหน้าม่านตา และมาเก็บไว้ที่จานเก็บกัก มักใช้ในกรณีที่ล้มเหลวจากการผ่าตัดแบบ trabeculectomy

20.

  • Minimal invasive glaucoma surgery (MIGS)

ปัจจุบันมีความพยายามจะทำให้การผ่าตัดปลอดภัยขึ้น โดยการใช้อุปกรณ์ต่างๆมาใช้ประกอบการผ่าตัด โดยไม่ต้องเปิดแผลที่เยื่อตา เช่น การใส่ i-stent, การทำ trabectome เป็นต้น


ขอบคุณข้อมูลจาก : พญ.พรรณิศา ประดิษฐ์สุขถาวร